“ทุกคนมีคุณค่าในตัวเองเสมอนะ”
วันนี้ Mentalmate อยากชวนผู้อ่านมาเริ่มต้นทำความรู้จักกับคุณค่าของตัวเอง เพื่อฝึกการบอกกับตัวเองในทุก ๆ วันว่า “เรามีคุณค่าในตัวเองเสมอนะ”
การเห็นคุณค่าในตัวเอง หรือ Self-Esteem คืออะไร?
นักวิชาการหลายท่านให้ความหมายของการเห็นคุณค่าในตัวเอง (self-esteem) ไว้ว่า การเห็นคุณค่าในตัวเองเป็นการประเมินตัวเองซึ่งบุคคลจะมีความรู้สึกมีคุณค่าและเคารพตัวเอง โดยเกิดขึ้นจากความเข้าใจและมุมมองที่มีต่อตัวเองผ่านการประเมินลักษณะทางกายภาพ จิตใจ ทัศนคติ ความเชื่อ และความสามารถต่าง ๆ อีกทั้งการเห็นคุณค่าในตัวเองยังเกิดจากการได้รับการยอมรับจากคนรอบตัว หรือการรู้สึกได้รับความรักจากผู้อื่น
โดยในปี 1981 คุณ Coopersmith ได้แบ่งองค์ประกอบที่ทำให้บุคคลประเมินคุณค่าในตัวเองแตกต่างกันไว้ 2 ประการ ดังนี้
- องค์ประกอบภายในของบุคคล หมายถึง ลักษณะเฉพาะตัวของแต่ละคน เช่น รูปร่างหน้าตา ความสามารถในการทำกิจกรรมต่าง ๆ สภาวะทางอารมณ์ ค่านิยมส่วนตัว เป็นต้น
- องค์ประกอบภายนอกของบุคคล หมายถึง สภาพแวดล้อมภายนอกของบุคคล เช่น สัมพันธภาพในครอบครัว เพื่อน หรือคนรอบข้าง ประสบการณ์ที่โรงเรียนหรือที่ทำงาน สถานภาพทางสังคม เป็นต้น
จากองค์ประกอบข้างต้นจะเห็นว่าทั้งองค์ประกอบภายในและภายนอกของบุคคลนั้นส่งผลให้แต่ละคนประเมินคุณค่าในตัวเองที่แตกต่างกันไป ตั้งแต่การเห็นคุณค่าในตัวเองต่ำ (Low Self-Esteem) ไปจนถึงการเห็นคุณค่าในตัวเองสูง (High Self-Esteem)
ลักษณะของการเห็นคุณค่าในตัวเองต่ำ (Low Self-Esteem)
การเห็นคุณค่าในตัวเองต่ำเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดภาวะซึมเศร้า โดยบุคคลที่เห็นคุณค่าในตัวเองต่ำมักมีความเชื่อต่อตัวเองที่ผิดไปจากความเป็นจริง ตีความสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นว่าเป็นผลมาจากตัวเอง และโน้มเอาความความผิดพลาดหรือความล้มเหลวต่าง ๆ มาสู่ตัวเอง ส่งผลให้รู้สึกไม่ชอบและขาดความนับถือในตัวเอง โดยมีลักษณะที่เด่นชัด ดังนี้
- รู้สึกไม่มั่นใจในตัวเอง
- ชอบเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นในเชิงลบ
- ไม่กล้าขอความช่วยเหลือ
- รู้สึกยากที่จะยอมรับคำชื่นชมจากคนอื่น
- พูดกับตัวเองเชิงลบ
- รู้สึกกลัวความล้มเหลว
- มีทัศนคติที่ไม่ดีต่ออนาคต
- ชอบเอาใจคนอื่นอยู่เสมอ
ลักษณะของการเห็นคุณค่าในตัวเองสูง (High Self-Esteem)
การเห็นคุณค่าในตัวเองสูงเป็นลักษณะของบุคคลที่มีทัศนคติเชิงบวกต่อตัวเอง กล่าวคือ บุคคลจะรู้สึกมีคุณค่า ไว้วางใจ และเคารพตัวเอง แต่อย่างไรก็ตามการเห็นคุณค่าในตัวเองสูงไม่ได้หมายถึงการมองตัวเองในเชิงบวกทั้งหมดหรือคิดว่าตัวเองสมบูรณ์แบบ แต่จะมองว่าความล้มเหลวหรือความผิดพลาดที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ โดยมีลักษณะที่เด่นชัด ดังนี้
- รู้สึกสบายใจเมื่อได้แสดงความคิดเห็นแม้ว่าจะเป็นความคิดเห็นที่แตกต่างจากผู้อื่น
- รู้สึกมั่นใจในความสามารถของตัวเอง
- คิดว่าความล้มเหลวหรือความผิดพลาดเป็นเรื่องปกติที่มนุษย์จะต้องเจอ
- ปฏิบัติกับตัวเองด้วยความรักและเคารพ แทนที่จะตำหนิตัวเอง
- รู้สึกสบายใจที่จะกำหนดขอบเขตให้กับความสัมพันธ์ต่าง ๆ
แต่…การมี Self-esteem ที่สูงเกินไป ก็ใช่ว่าจะดีนะ
จากศึกษาพบว่าการเห็นคุณค่าในตัวเองระดับที่ “สูงเกินไป” นั้น ส่งผลตรงข้ามกับการเห็นคุณค่าในตัวเองสูง กล่าวคือ การเห็นคุณค่าในตัวเองที่สูงเกินไปมักเชื่อมโยงกับการใช้ความรุนแรงและการหลงตัวเอง หรือการคิดถึงแต่ตัวเองที่มาจากการคิดว่าตัวเองจะต้องได้ทุกอย่างตามที่ต้องการ โดยคุณสิรมน กาณจนจิตกร (2564) ได้สรุปลักษณะของบุคคลที่เห็นคุณค่าในตัวเองสูงเกินไป ไว้ดังนี้
- หมกมุ่นกับความสมบูรณ์แบบ
- เชื่อว่าตัวเองถูกต้องหรืออยู่เหนือกว่าคนอื่นเสมอ
- เชื่อว่าตัวเองไม่สามารถล้มเหลวได้
- ประเมินความสามารถตัวเองสูงเกินไป
- ดำเนินชีวิตประจำวันที่มากเกินความสามารถของตัวเอง เช่น ใช้จ่ายเกินตัว หรือการติดพนัน เป็นต้น
แล้วเราจะฝึกการเห็นคุณค่าในตัวเองเพื่อให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมได้อย่างไร?
ในปัจจุบันมีการนำเสนอวิธีการสร้าง Self-esteem หรือการเห็นคุณค่าในตัวเองไว้มากมาย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าวิธีการเหล่านั้นจะเหมาะสมกับเราทั้งหมด ดังนั้นเราอยากเชิญชวนทุกคนเริ่มต้นจากการเห็นคุณค่าในตัวเองโดยเลือกวิธีการที่เหมาะสมกับตัวเอง ทำแล้วรู้สึกสบายใจ และเหมาะสมกับชีวิตประจำวันของเรา ตัวอย่างเช่น
- การฝึกใจดีกับตัวเอง
- ลองสังเกตดูว่าอะไรที่ทำให้เรามีความสุข อาจจะเขียนคำตอบไว้ในโน้ต ค่อย ๆ สังเกต สะสมไปทุก ๆ วัน แล้วลองทำสิ่งเหล่านั้นให้มากขึ้น
- ฝึกชื่นชมตัวเองหน้ากระจกด้วยข้อความสั้น ๆ
- ฝึกปฏิเสธผู้อื่นบ้าง ก่อนตอบรับเราอาจจะลองถามตัวเองก่อนว่า เรารู้สึกอย่างไรกับเรื่องนี้? แม้บางครั้งจะเป็นเรื่องยากที่เราจะปฏิเสธ แต่การเห็นด้วยหรือตอบรับเพราะเห็นแก่คนอื่นฝ่ายเดียวก็อาจจะทำให้เราหลงลืมตัวเองก็ได้
- ฝึกการมองตัวเองโดยหลีกเลี่ยงการเปรียบเทียบกับคนอื่น
- การฝึกรับรู้ข้อดีต่าง ๆ ของตัวเอง
- ฝึกชื่นชมยินดีให้กับความสำเร็จของตัวเอง ไม่ว่าสิ่งเหล่านั้นจะเล็กน้อยหรือยิ่งใหญ่แค่ไหนก็ตาม
- ฝึกรับคำชื่นชมจากคนอื่นอยู่เสมอ หรือลองถามคนใกล้ชิดว่า เขาชอบอะไรในตัวเราบ้าง?
- เขียนสิ่งที่เราชื่นชอบในตัวเองในโน้ตทุก ๆ วัน
- การสร้างเครือข่ายสนับสนุน
- พูดคุยกับคนที่รู้สึกไว้วางใจ
- ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ที่มีคุณภาพและความสัมพันธ์เชิงบวก
- ลองสนับสนุนผู้อื่นโดยการให้ความช่วยเหลือในส่วนที่เราสามารถทำได้
- การตั้งเป้าหมายที่ท้าทายให้ตัวเอง อาจจะเป็นการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ลองทำกิจกรรมหรืองานอดิเรกใหม่ ๆ ที่ท้าทาย ซึ่งจะทำให้เรารู้สึกภาคภูมิใจในตัวเองเมื่อทำสิ่งเหล่านั้นสำเร็จ
- การดูแลตัวเอง
- ฝึกนอนหลับให้เพียงพอ เพราะการนอนหลับน้อยหรือมากเกินไปจะส่งผลไม่ดีร่างกายและอารมณ์ของเรา
- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ เพราะสิ่งนี้จะส่งผลอารมณ์และระดับพลังงานของเรา
- พยายามพาตัวเองไปออกกำลังกายบ้าง นอกจากจะดีต่อสุขภาพกายแล้ว การออกกำลังกายก็ยังมีผลต่อสุขภาพจิตของเราด้วย
- ให้โอกาสตัวเองได้พักผ่อนในพื้นที่สีเขียว อาจจะเป็นสวนสาธารณะหรือสวนหลังบ้านก็ได้
หลังจากอ่านจบแล้ว…เราขอชวนให้เดินไปที่หน้ากระจกและบอกกับตัวเองว่า “(ใส่ชื่อตัวเอง) มีคุณค่าในตัวเองเสมอนะ” แล้วค่อยๆฝึกการเห็นคุณค่าในตัวเองไปด้วยกันนะ
อ้างอิง
บทความโดย
ชลธิชา หาญอารีย์ (นุ่น)
นักจิตวิทยา
ภาพโดย
พัทธดนย์ เจริญผล
Web Master & Co-Founder