จิตวิทยาเชิงบวก คืออะไร (Positive Psychology) (1200 x 768 px)

“จิตวิทยาเชิงบวกไม่ใช่การคิดบวกหรือมองโลกในแง่ดีเท่านั้น”

รู้จักกับจิตวิทยาเชิงบวก

จิตวิทยาเชิงบวกคืออะไร ??

     จิตวิทยาเชิงบวกเป็นสาขาหนึ่งวิชาจิตวิทยา ที่เกิดขึ้นในปี 1998 โดย Seligman ซึ่งเป็นศาสตร์ที่ศึกษาความคิด ความรู้สึก และพฤติกรรมของมนุษย์ด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์ โดยเน้นที่จุดแข็งมากกว่าจุดอ่อนและมุ่งส่งเสริมให้บุคคลมีคุณภาพชีวิตที่ดีมากกว่าการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นเพียงอย่างเดียว ซึ่งจะช่วยให้บุคคลเกิดความงอกงาม จนนำไปสู่ความมั่นใจในตนเอง ความสำเร็จ และความพึงพอใจในชีวิตได้

     โดยในการศึกษาของ Seligman and Csikszentmihalyi (2014) ได้นำเสนอเสาหลัก 3 ประการที่เป็นส่วนสำคัญของจิตวิทยาเชิงบวก ไว้ดังนี้ 1) สถาบันที่สนับสนุนจิตวิทยาเชิงบวก (Positive institutions) ที่มุ่งส่งเสริมและพัฒนาสถาบันเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้พลเมือง 2) คุณลักษณะส่วนบุคคลเชิงบวก (Positive personality characteristics) ซึ่งจะเน้นที่การพัฒนาคุณลักษณะที่ดีหรือจุดแข็งของบุคคล และ 3) ประสบการณ์เชิงบวก (Positive experiences) ซึ่งรวมไปถึงความรู้สึกและอารมณ์ที่เกิดจากการรับรู้ที่ผ่านกระบวนการคิด ซึ่งจะช่วยให้บุคคลรู้สึกมีคุณค่า เช่น การมีความหวัง การมองโลกในแง่ดี การมีความสุข เป็นต้น

ความสุขที่แท้จริง (Authentic Happiness)

     นอกจากนี้ในหนังสือ “ความสุขที่แท้จริง (Authentic Happiness)” ที่เขียนโดย Seligman (2002) ได้แบ่งระดับความสุขของมนุษย์ไว้ 3 ขั้น ได้แก่

    1. ชีวิตที่สนุกสนาน (The Pleasant Life) เป็นความสุขขั้นแรกของชีวิต ซึ่งเป็นภาวะทางอารมณ์ที่ตอบสนองต่อสิ่งเร้าเพียงชั่วคราว เช่น ความเพลิดเพลิน ความสนุกสนาน ความอัศจรรย์ใจ เป็นต้น ตัวอย่างเช่น เรารู้สึกมีความสุขเมื่อได้ทานของหวาน แต่เมื่อทานบ่อย ๆ เราก็อาจจะรู้สึกเฉย ๆ
    2. ชีวิตที่ดี (The Good Life) เป็นความสุขขั้นต่อมาของชีวิต ซึ่งเป็นความสุขที่เกิดจากการจดจ่ออยู่กับสิ่งที่ทำโดยไม่รู้สึกเบื่อหน่าย ทำให้รู้สึกว่าเวลาผ่านไปรวดเร็ว
    3. ชีวิตที่มีความหมาย (The Meaningful Life) ถือเป็นความสุขขั้นสูงสุดของชีวิต ที่ได้ทำสิ่งที่รักและส่งผลเชิงบวกกับคนรอบข้าง ทำให้รู้สึกมีความสุขและได้ใช้ชีวิตอย่างมีความหมาย เช่น การทำประโยชน์ให้สังคม เป็นต้น
PERMA Model

แนวคิดสำคัญของจิตวิทยาเชิงบวก “PERMA Model”

     PERMA Model พัฒนาโดย Seligman (2011) ซึ่งเป็นแนวคิดสำคัญของจิตวิทยาเชิงบวกที่ส่งเสริมให้บุคคลพบกับความสุขและความเป็นอยู่ที่ดีมากขึ้น โดยมีองค์ประกอบ 5 ประการ ดังรายละเอียด ต่อไปนี้

1. Positive Emotions

     เป็นอารมณ์เชิงบวกที่มีความหมายมากกว่าความสุข เช่น ความหวัง ความสนใจ ความชื่นชมยินดี ความรัก ความเห็นอกเห็นใจ ความภาคภูมิใจ ความสนุกสนาน และความรู้สึกขอบคุณ โดยจากการศึกษาที่ผ่านมาพบว่า อารมณ์เชิงบวกเป็นตัวชี้วัดสำคัญของการเจริญเติบโตอย่างงอกงาม และมีส่วนช่วยอย่างมากในการส่งเสริมความยืดหยุ่นทางใจและความเป็นอยู่ที่ดีของมนุษย์

     ตัวอย่างของการส่งเสริมอารมณ์เชิงบวก มีดังนี้ 1) ใช้เวลากับคนที่รัก 2) ใช้เวลากับงานอดิเรกหรือกิจกรรมที่ชอบ 3) ฟังเพลงสร้างแรงบันดาลใจ และ 4) นึกถึงสิ่งที่รู้สึกขอบคุณหรือสิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิต เป็นต้น

2. Engagement

     คือ การมีส่วนร่วมหรือความผูกพันในการทำกิจกรรมต่าง ๆ หมายถึง การจดจ่ออยู่กับกิจกรรม ณ ปัจจุบันอย่างเต็มที่ ทำให้รู้สึกเพลิดเพลินไปกับกิจกรรมนั้น ๆ จนรู้สึกเหมือนเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งกิจกรรมนั้นจะต้องมีความท้าทายที่สมดุลกับความสามารถของเราด้วย จนรู้สึกว่าอยากกลับไปทำกิจกรรมนั้นอีกครั้ง

     ตัวอย่างของการส่งเสริมการมีส่วนร่วมหรือความผูกพันในการทำกิจกรรมต่าง ๆ มีดังนี้ 1) ใช้เวลาอยู่กับการทำกิจกรรมที่ชอบ 2) ฝึกสติและอยู่กับปัจจุบัน 3)  ใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติและสังเกตสิ่งต่าง ๆ ที่กำลังเกิดขึ้น และ 4) ระบุจุดแข็งของตนเองและพัฒนาสิ่งนั้นให้ดียิ่งขึ้น

3. Relationships

     หรือ Positive Relationships โดยเน้นที่ความสัมพันธ์ที่ดี กล่าวคือ การมีความสัมพันธ์ที่ดีจะช่วยให้บุคคลรู้สึกได้รับการสนับสนุน เป็นที่รัก และมีคุณค่า ซึ่งความรู้สึกดังกล่าวจะเกิดขึ้นเมื่อบุคคลมีปฏิสัมพันธ์เชิงบวกกับผู้อื่น ทั้งครอบครัว เพื่อนสนิท เพื่อนร่วมงาน คนรอบข้าง หรือชุมชน นอกจากนี้การศึกษาที่ผ่านมายังพบว่า ความสัมพันธ์ที่สนิทสนมและแน่นแฟ้นจะช่วยเพิ่มความเป็นอยู่ที่ดีให้กับมนุษย์ได้

     ตัวอย่างของการสร้างความสัมพันธ์เชิงบวก มีดังนี้ 1) การทำกิจกรรมกับกลุ่มคนที่สนใจ 2) ใช้เวลาร่วมกับเพื่อน ครอบครัว หรือคนที่รัก ผ่านการถามคำถามต่าง ๆ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นมากขึ้น และ 3) ติดต่อกับเพื่อนที่ไม่ได้คุยกันมานาน เป็นต้น

4. Meaning

     คือ การรู้สึกว่าชีวิตมีความหมาย Seligman (2012) ได้นำเสนอไว้ว่า คุณลักษณะที่สำคัญของมนุษย์คือการค้นหาความหมายและความต้องการที่จะช่วยให้ตนรู้สึกว่าชีวิตมีคุณค่า ซึ่งมาจากการใช้ชีวิตอย่างมีเป้าหมาย (purpose in life) โดยเป้าหมายนั้นมักถูกกำหนดจากค่านิยมที่แต่ละบุคคลยึดถือไว้ ซึ่งจะช่วยให้บุคคลมีสิ่งยึดเหนี่ยวและช่วยให้ตระหนักได้ถึงแนวทางการใช้ชีวิต แม้จะต้องเผชิญกับความท้าทายหรือความทุกข์ยากในชีวิตก็ตาม

     ตัวอย่างของส่งเสริมการรู้สึกว่าชีวิตมีความหมาย มีดังนี้ 1) มีส่วนร่วมในกิจกรรมที่สำคัญขององค์กร 2) ให้โอกาสตัวเองได้ลองทำกิจกรรมใหม่ ๆ อย่างสร้างสรรค์ 3) ใช้ความสามารถของตนเองเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น และ 4) ใช้เวลาที่มีคุณภาพกับครอบครัว เพื่อน หรือคนที่รัก

5. Accomplishment

     ในความหมายของ PERMA Model เรียกอีกอย่างว่า ความสำเร็จ (achievement) ความเชี่ยวชาญ (mastery) หรือความสามารถ (competence) ซึ่งหมายถึงความรู้สึกประสบความสำเร็จจากการทำสิ่งต่าง ๆ ได้ตามเป้าหมาย ซึ่งจะช่วยส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีและเกิดความรู้สึกภาคภูมิในตนเองได้ เนื่องจากความสำเร็จนั้นเกิดจากความพยายามและมุ่งมั่นของตนเองเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายต่าง ๆ

     ตัวอย่างของการส่งเสริมการสร้างความสำเร็จให้บรรลุถึงเป้าหมาย มีดังนี้ 1) ตั้งเป้าหมายแบบ SMART GOALS คือ เจาะจง วัดผลได้ สมเหตุสมผล และมีการกำหนดเวลา 2) ใคร่ครวญถึงความสำเร็จที่ผ่านมา และ 3) ชื่นชมความสำเร็จของตนเอง เป็นต้น

ประโยชน์ของจิตวิทยาเชิงบวก

ประโยชน์ของจิตวิทยาเชิงบวก

     ในช่วงหลายปีที่ผ่านมามีงานวิจัยจำนวนมากที่ศึกษาเกี่ยวกับจิตวิทยาเชิงบวก ซึ่งแน่นอนว่าจิตวิทยาเชิงบวกนั้นช่วยให้บุคคลเจริญเติบโตอย่างงอกงามและมีความเป็นอยู่ที่ดี อีกทั้งยังมีงานวิจัยจำนวนมากที่แสดงให้เห็นถึงคุณประโยชน์ไว้มากกว่านั้น โดยศูนย์จิตวิทยาเชิงบวกของมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย ได้สรุปไว้ดังนี้

  • ทำงานได้ดีขึ้น
  • มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมากขึ้น
  • มีความร่วมมือกันมากขึ้น
  • มีภูมิคุ้มกันในการใช้ชีวิตมากขึ้น
  • มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงขึ้น
  • มีปัญหาการนอนหลับลดลง
  • มีอาการหมดไฟในการทำงานน้อยลง
  • มีความสามารถในการควบคุมตนเองดีขึ้น
  • มีความสามารถในรับมือกับปัญหาต่าง ๆ ดีขึ้น
  • มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นมากขึ้น
  • มีภาวะซึมเศร้าและวิตกกังวลน้อยลง
  • มีผลการเรียน การเล่นกีฬา และการทำงานดีขึ้น

      จากที่กล่าวมาทั้งหมดจะเห็นว่า จิตวิทยาเชิงบวกเป็นมากกว่าการมีอารมณ์เชิงบวกหรือการมองโลกในแง่ดี แต่รวมไปถึงการมีส่วนร่วม การรักษาความสัมพันธ์กับผู้อื่น และการมีเป้าหมายในชีวิต เพื่อสร้างความสมดุลให้กับชีวิตและใช้ชีวิตได้อย่างมีความหมาย

     คุณอีมินกย็องบอกไว้ในหนังสือ “ช้าบ้าง หลงทางบ้าง ท้อบ้าง…ก็ไม่เป็นไร” ว่า “ขณะที่คนเรามีชีวิตอยู่ เมื่อไหร่ก็ตามที่มีความรู้สึกเชิงบวกมากกว่าความรู้สึกเชิงลบ 3 เท่า เราจะรู้สึกว่าชีวิตตนเองมีความสุข”

 

อ้างอิง

บทความโดย

ประวัติผู้เขียน

ภาพโดย

แชร์บทความ

ระบบชำระเงินรองรับ PromptPay, บัตรเครดิต และช่องทางอื่นๆ

X

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

Save