1200x628 [411] ไบโพลาร์ อารมณ์สองขั้ว คืออะไร เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย รับมืออย่างไร (1200 x 628 px)

“เดี๋ยวสุข เดี๋ยวเศร้า มีอารมณ์แบบขึ้นสุดลงสุด ควบคุมตัวเองไม่ได้”

     หากฟังเผินๆ นิสัยเหล่านี้มีโอกาสเกิดขึ้นได้ง่ายกับเราหรือแม้แต่คนใกล้ตัว และเราอาจคิดว่านั่นเป็นแค่ช่วงอารมณ์หงุดหงิด  ฮอร์โมนตก อกหัก หรือวัยทอง แต่รู้ไหมว่าภาวะอารมณ์เหล่านี้ จริงๆ แล้วอาจจะไม่ใช่เรื่องปกติ แต่เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าเรากำลังสุ่มเสี่ยงที่จะป่วยเป็น “โรคไบโพลาร์ ” โรคอารมณ์ที่พลุงพล่านและดำดิ่งต่างกันสุดขั้ว เหมือนท้องทะเลเงียบสงบแล้วจู่ๆ ก็เกิดคลื่นสึนามิที่ถาโถมไม่มีใครสามารถต้านทานได้เลยค่ะ

[411] โรคไบโพลาร์ คืออะไร

โรคไบโพลาร์ คืออะไร?

     “ไบโพลาร์ (bipolar disorder)” หรือโรคอารมณ์แปรปรวน คือความผิดปกติทางจิตเวชที่ทำให้ผู้ป่วยเกิดความแปรปรวนทางอารมณ์ ระหว่างอารมณ์ขั้วตรงข้าม 2 ขั้ว ได้แก่ ขั้วแมเนีย (Mania Episode) และขั้วซึมเศร้า (Depression Episode) ซึ่งทั้งสองขั้วนี้จะเกิดขึ้นสลับไปมาอย่างไม่สามารถควบคุมได้

     ผู้ป่วยจะคงค้างอยู่ในอารมณ์ที่เกิดขึ้นทั้ง 2 ขั้วอย่างต่อเนื่องยาวนาน ไม่สามารถดึงอารมณ์ให้กลับมาสู่สภาวะปกติได้ จึงส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน หน้าที่การงาน ครอบครัว และความสัมพันธ์กับสังคมรอบข้าง

[411] สาเหตุของโรคไบโพลาร์

สาเหตุของโรคไบโพลาร์

     โรคไบโพลาร์ทุกประเภทมีแนวโน้มที่จะถ่ายทอดทางพันธุกรรม จากผลการวิจัยพบว่า ฝาแฝดแท้ที่เกิดจากพ่อแม่ที่ป่วยเป็นโรคไบโพลาร์หรือโรคทางจิตเวชอื่น ๆ โดยเฉพาะโรคซึมเศร้า มีแนวโน้มป่วยเป็นโรคไบโพลาร์เหมือนกันถึงร้อยละ 50-70 และบุตรของผู้ป่วยมีโอกาสป่วยสูงถึงร้อยละ 15 โดยหากทั้งพ่อและแม่ป่วยทั้งคู่ บุตรมีโอกาสป่วยสูงขึ้นถึงสองเท่า

     หลายครั้งที่พันธุกรรมอาจไม่แสดงออกหากไม่ถูกการกระตุ้น ดังนั้นปัจจัยเรื่องสภาพแวดล้อมและการดำเนินชีวิตสามารถกระตุ้นให้เกิดโรคได้ ตัวกระตุ้นที่พบได้บ่อยคือ ยาเสพติด ยาลดความอ้วน โรคติดเชื้อ รวมทั้งเหตุการณ์ร้ายแรงในชีวิต

ดังนั้นไบโพลาร์สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งจากสาเหตุใดสาเหตุหนึ่ง หรือหลากหลายสาเหตุรวมกัน

[411] อาการอารมณ์ 2 ขั้วในไบโพลาร์

อาการอารมณ์ 2 ขั้วในไบโพลาร์

  1. ขั้วแมเนีย หรือ ภาวะอารมณ์ตื่นตัวผิดปกติ (Mania)
         เมื่ออยู่ในภาวะแมเนีย ผู้ป่วยจะแสดงอาการไฮเปอร์ทั้งความคิด การพูด และการกระทำ แบ่งได้เป็นอาการดังนี้
    • คิดเร็ว คิดสารพัด : มีแผนการที่จะทำสิ่งต่างๆ มากมายหลายสิ่ง เปลี่ยนแปลงความคิดรวดเร็วในเวลาสั้น ๆ บางครั้งความคิดไม่ปะติดปะต่อ แตกต่างจากบุคลิกนิสัยดั้งเดิมของตนเอง
    • พูดเร็ว พูดมาก : เปลี่ยนหัวข้อไว เปลี่ยนเรื่องบ่อยจนผู้ฟังไม่เข้าใจ มีเรื่องต้องการพูดเยอะแยะมากมายเต็มไปหมด
    • ทำเร็ว ทำเยอะ : พูดปุ๊บทำปั๊บ เช่น กล้าเสี่ยงลงทุนธุรกิจ ซื้อหุ้นก้อนใหญ่ จับจ่ายใช้สอยฟุ่มเฟือย เลือกทำหลายเรื่องพร้อม ๆ กัน ในผู้ป่วยเพศหญิงอาจแต่งตัวจัดเต็ม แต่งหน้าสีสันฉูดฉาด ดูไม่เข้ากัน มีกิริยาอาการเล่นใหญ่ ดูขัดแย้ง ไม่เหมาะสม

 

  1. ขั้วซึมเศร้า หรือ ภาวะซึมเศร้า (Depression)

     จะมีอาการที่เด่นชัด ทั้งในลักษณะของอาการซึมเศร้า มีอารมณ์เศร้าทั้งในระดับปกติและระดับรุนแรงที่พบได้ในคนทั่วไป และลักษณะของโรคซึมเศร้า (Major Depression) ที่อาจส่งผลต่อการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันและการใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่น โดยจะพบอาการรุนแรงอย่างน้อย 5 อาการจาก 9 อาการต่อไปนี้ ต่อเนื่องอย่างน้อย 2 สัปดาห์

    • เบื่อ ไม่สนใจอยากทำอะไรเลย
    • ไม่มีความสุข ไม่สบายใจ ซึมเศร้า ท้อแท้
    • หลับยาก หลับๆ ตื่นๆ หรือหลับมากเกินไป
    • เหนื่อยง่าย ไม่ค่อยมีแรง
    • น้ำหนักเพิ่มขึ้น หรือลดลง จากการกินที่มากหรือน้อยไป
    • รู้สึกผิด รู้สึกตัวเองไร้ค่า
    • ไม่มีสมาธิ การตัดสินใจเป็นเรื่องยาก
    • พูดช้า ทำอะไรช้าลง หรือกระสับกระส่าย อยู่ไม่นิ่ง
    • มีความคิดทำร้ายตัวเอง

     โดยในแต่ละขั้วอารมณ์จะมีห้วงเวลาของการแสดงอาการที่ค่อนข้างชัดเจน วงรอบการเกิดจะสลับกันไประหว่างขั้วแมเนียกับขั้วซึมเศร้าไม่แน่นอน อาจคงอยู่นานเป็นสัปดาห์ เป็นเดือนหรือเป็นปี แต่ละระยะกินเวลายาวนานไม่แน่นอน

[411] ประเภทของโรคไบโพลาร์

ประเภทของโรคไบโพลาร์

  1. โรคไบโพลาร์-วัน (Bipolar I) : มีลักษณะของอารมณ์ 2 ขั้ว สลับกันไปมา อาจจะเป็นหนึ่งต่อหนึ่ง หนึ่งต่อสอง หรือไร้รูปแบบ เช่น มีอาการของขั้วซึมเศร้าหลายรอบ ก่อนที่จะสลับมาเป็นขั้วแมเนียหนึ่งรอบ ก็สามารถเกิดขึ้นได้
  2. โรคไบโพลาร์-ทู (Bipolar II) : มีลักษณะของอารมณ์ขั้วซึมเศร้า สลับกับระยะไฮโปแมเนีย (Hypomania) ซึ่งจะเป็นระยะที่มีอาการคล้ายแมเนียแต่ไม่รุนแรงเท่า โดยผู้ป่วยจะมีอาการเกิดขึ้นสลับกันไปมา แต่ละช่วงจะคงอยู่แค่ไม่กี่ชั่วโมง หรือไม่กี่วัน จึงกลับมาอารมณ์ปกติ จึงทำให้ชีวิตขึ้นๆ ลงๆ เหมือนกำลังเล่นรถไฟเหาะ
  3. โรคไซโคลไทมิก (Cyclothymic) : มีลักษณะของอารมณ์ 2 ขั้ว สลับกันเป็นระยะเหมือนไบโพลาร์-วัน แต่ทั้ง 2 ขั้ว ไม่มีขั้วไหนที่มีอาการแสดงเต็มรูปแบบเลย

     โดยนอกจาก 3 โรคหลักนี้ ก็ยังมีไบโพลาร์ประเภทอื่น ๆ ที่ไม่สามารถระบุรูปแบบชัดเจนได้ ซึ่งเกิดได้จากหลายๆ สาเหตุ

[411] การดูและ และ การรักษาไบโพลาร์

ถ้าเป็นไบโพลาร์ รักษาได้อย่างไร?

     โรคไบโพลาร์หายขาดได้ หากผู้ป่วยยอมเข้ารับการรักษา อาการจะดีขึ้นภายใน 14 วัน โดยจะต้องเข้าพบจิตแพทย์ เพื่อรับยาปรับอารมณ์ (Mood Stabilizer) ในขนาดที่ถูกต้องร่วมกับยาประเภทอื่น และกินยาให้ครบตามที่จิตแพทย์สั่งอย่างต่อเนื่อง ภายใน 3 เดือนหรือนานกว่านั้น อาการจะเริ่มดีขึ้นจนเกือบเป็นปกติ ไม่ควรหยุดยาเอง และต้องกินยาต่อเนื่องอีก 2-5 ปี หรือตามการวินิจฉัยของจิตแพทย์ โดยยาจะมีประสิทธิภาพดีที่สุดเมื่อกินทุกวัน ในระยะเวลาที่กำหนด

การดูแลตนเองเมื่อป่วย คนใกล้ตัวดูแลได้อย่างไร?

  • ผู้ป่วยหมั่นสังเกตอาการ ให้ความสนใจกับอารมณ์และพฤติกรรมของตนเองเป็นระยะๆ เช่น ขณะนี้กำลังอยู่ในขั้วอารมณ์ซึมเศร้า มีความคิดทำร้ายตัวเอง หรือกำลังพลุ่งพล่านจะตัดสินใจเรื่องเสี่ยง ๆ ควรรีบปรึกษาจิตแพทย์
  • ญาติหรือคนใกล้ตัวเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยสังเกต สะท้อนและประเมินอาการของผู้ป่วยได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
  • ควรหลีกเลี่ยงสารเสพติดและแอลกอฮอล์ ที่เป็นปัจจัยกระตุ้นอาการของโรค และทำให้มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ
  • หมั่นออกกำลังอย่างสม่ำเสมอ เพื่อผ่อนคลายและลดความเครียด
  • ทานยาให้ครบตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ไม่หยุดยา หรือลดยาเอง

     แม้ไบโพลาร์จะเป็นโรคทางจิตเวชที่มีความซับซ้อนสุดขั้ว แต่การที่ผู้ป่วยยอมรับ เข้าใจตนเอง และมีวินัยในการเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ใส่ใจปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดปัจจัยกระตุ้นต่าง ๆ จะยิ่งช่วยให้หายจากโรคเร็วขึ้น สามารถบริหารจัดการอารมณ์ได้ดี และกลับมามีชีวิตที่ปกติสุขอีกครั้งได้อย่างแน่นอนค่ะ

 

อ้างอิง

  1. ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์, โรคไบโพลาร์, พิมพ์ครั้งที่ 2, (กรุงเทพฯ: สายธุรกิจโรงพิมพ์ บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง, 2562)

บทความโดย

ประวัติผู้เขียน

ภาพโดย

แชร์บทความ

ระบบชำระเงินรองรับ PromptPay, บัตรเครดิต และช่องทางอื่นๆ

X

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

Save