สังคมสูงวัยเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่วนหนึ่งเพราะความก้าวหน้าทางการแพทย์ที่ทำให้คนอายุยืนขึ้น จากในอดีตคนไทยมีอายุเฉลี่ยราว 49 ปี แต่ปัจจุบันพบว่ามีอายุเฉลี่ยถึง 64 ปี โดยพบว่ามีประชากรอายุเกิน 60 ปี จำนวนถึง 3.1 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 5.7 ของจำนวนประชากร ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะสมองเสื่อมได้ โดยองค์การอนามัยโลกประมาณการณ์ไว้ว่าในปี 2593 ประเทศไทยจะมีผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมกว่า 2,400,000 คน หากเกิดภาวะสมองเสื่อมขึ้นแล้วจะส่งผลให้ต้องการความช่วยเหลือจากบุคคลอื่น ๆ ในทุก ๆ ด้านอย่างต่อเนื่อง
ดังนั้นวันนี้เราจึงชวนทุกคนมาเตรียมตัวป้องกันและรู้เท่าทันปัจจัยเสี่ยงที่อาจกระตุ้นเกิดโรคสมองเสื่อมด้วย
โรคสมองเสื่อม (Dementia) คืออะไร?
ภาวะสมองเสื่อม คือ ภาวะที่การทำงานของสมองในด้านความจำ ด้านการตัดสินใจ ด้านการใช้ภาษา ด้านความใส่ใจจดจ่อ ด้านการวางแผน และด้านการรับรู้สังคมรอบตัวถดถอยลง โดยในแต่ละด้านนี้กระทบกับการใช้ชีวิตประจำวัน การทำงานและการเข้าสังคม
อาการ 3 ระยะที่บ่งชี้โรคสมองเสื่อม
- ระยะต้น -> มีอาการเพียงเล็กน้อย ใช้เวลาหน่อยแต่ยังสามารถจำได้ เช่น ลืมตำแหน่งวางของ ลืมมื้ออาหาร-ยาที่ทานประจำ เสียความจำระยะสั้น ลืมสถานที่ที่คุ้นเคย
- ระยะกลาง -> เริ่มหลงลืมเหตุการณ์ที่สำคัญในช่วงที่ผ่านมา ลืมชื่อคน จำทางกลับบ้านไม่ได้ มีปัญหาด้านการสื่อสาร มีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไป เช่น หนีออกจากบ้าน ถามคำถามเดิมซ้ำ ๆ
- ระยะท้าย -> ในระยะนี้เราจะพบว่ามีความบกพร่องทางการรู้คิดชัดเจนมากขึ้น เช่น ซึมลง สื่อสารได้น้อยมาก ไม่สนใจวัน เวลา สถานที่ จำชื่อคนในครอบครัวหรือคนใกล้ชิดไม่ได้ มีพฤติกรรมเปลี่ยนไปชัดเจน ทั้งก้าวร้าว ทานอาหารที่ตอนไม่ป่วยจะไม่ทานได้ หรือไม่รู้อารมณ์ของคู่สนทนา เป็นต้น
สาเหตุของโรคสมองเสื่อม
- พันธุกรรม แม้เพียง 5% แต่ก็เป็นอีกสาเหตุของโรคที่ไม่ควรละเลย โดยส่วนใหญ่มักพบอาการเริ่มแรกเร็วกว่ากลุ่มที่ไม่มีประวัติทางพันธุกรรม
- อุบัติเหตุทางสมอง
- โรคหลอดเลือดสมอง เป็นได้จากทั้งโรคหลอดเลือดสมองตีบ (Ischemic stroke) หรือโรคหลอดเลือดสมองแตก (Hemorrhagic stroke)
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคสมองเสื่อม
- อายุที่เพิ่มมากขึ้น
- การเคลื่อนไหวร่างกายน้อย/ขาดการออกกำลังกาย
- โรคทางกายอื่น ๆ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง นอนไม่หลับ
- การสูบบุหรี่จัดและการดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากเป็นการเพิ่มอัตราการเกิดโรคหลอดเลือดสมองซึ่ืงเป็นหนึ่งสาเหตุที่ให้เป็นโรคสมองเสื่อม
- การขาดวิตามินบางตัว เช่น วิตามินบีหก วิตามินบีสิบสองและกรดโฟลิก เนื่องจากวิตามินดังกล่าวช่วยลดระดับโฮโมซีสเตอีน (Hyperhomocysteinemia)
วิธีป้องกันโรคสมองเสื่อม
- การออกกำลังกายแบบแอโรบิค (ซึ่งเป็นการออกกําลังกายแบบต่อเนื่องนานประมาณ 30 นาทีและมีอัตราการเต้นของหัวใจอยู่ที่ 150-180 ครั้งต่อนาที โดยความถี่ในการออกกําลังอยู่ที่ 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์) จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทํางานของสมองได้อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ
- การดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณน้อย (ประมาณ 1-6 drinks/สัปดาห์) สามารถลดความเสี่ยงต่อการ เกิดภาวะสมองเสื่อมได้อย่างมีนัยสําคัญ เมื่อเทียบกับคนที่ไม่ดื่มหรือดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมาก
- การเข้าสังคมอย่างต่อเนื่อง มีกิจกรรมที่เพลิดเพลิน ก่อให้เกิดอารณ์ดี สามารถช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะสมองเสื่อมได้
- การนอนหลับที่ดี เพื่อให้ร่างกายมีการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ
- การบริหารสมอง (Brain Activation) วัยไหนก็ทำได้ด้วยการใช้มือเพียง 2 ข้างเชื่อมสมอง 2 ซีกเข้าด้วยกัน เช่น ท่านับ 1-10, ท่าจีบแอล, ท่าโป้งกอย เป็นต้น
อ้างอิง
- รศ.นพ.วีรศักดิ์ เมืองไพศาล. (2556). ปัจจัยเสี่ยงของภาวะสมองเสื่อมและการป้องกัน. [ออนไลน์] สืบค้นเมื่อ 9 มิถุนายน 2567 จาก https://www.si.mahidol.ac.th/
- สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.). (2562). อุบัติการณ์..โรคคนแก่’สมองเสื่อม’. [ออนไลน์] สืบค้นเมื่อ 5 มิถุนายน 2567 จาก https://resourcecenter.thaihealth.or.th/media/mgKA
- กองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ. (2563). ภาวะสมองเสื่อม. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 5 มิถุนายน 2567 จาก https://dopah.anamai.moph.go.th
- กองส่งเสริมความรอบรู้และสื่อสารสุขภาพ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (2566). เทคนิค ป้องกันโรคสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 5 มิถุนายน 2567 จาก https://multimedia.anamai.moph.go.th/news/1003662/
บทความโดย
นภวรรณ ศิระโรจนกุล (วรรณ)
นักจิตวิทยา
ภาพโดย
พัทธดนย์ เจริญผล
Web Master & Co-Founder